<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;มอบ&#039;บิ๊กตู่เล็ก&#039;ตรวจเยี่ยมทดสอบสมรรถภาพร่างกายชื่นชม&#039;ผู้พันอุ้ย&#039;ยังแกร่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ส.ค.62- เมื่อเวลา 07.00 น. ที่สนามกีฬากรมยุทธ์ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มอบหมายให้พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้ช่วยผบ.ทบ. เป็นประธานตรวจเยี่ยมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การทดสอบภาษาอังกฤษ และการทดสอบความรู้ที่เกี่ยวข้องการปฏิบัติงานของผู้บังคับหน่วยระดับกรม และกองพัน ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 2 ซึ่งแบ่งเป็นผู้บังคับหน่วยระดับกรม จำนวน 73 นาย ทดสอบ 2 รายการ ได้แก่ ทดสอบความรู้ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน และการทดสอบภาษาอังกฤษ และผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน จำนวน 325 นายทดสอบ 2 รายการ ได้แก่ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย 3 สถานี ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าดันพื้น ท่าลุกนั่ง และวิ่ง 2 กิโลเมตรที่มีเกณฑ์ผ่านคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ผู้บรรจุในหน่วยส่วนกำลังรบ ส่วนสนับสนุนการรบและส่วนช่วยพัฒนาประเทศ คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 55 ผู้บรรจุอยู่ในหน่วยอื่นๆคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ต่อจากนั้นทดสอบภาษาอังกฤษตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพบกกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของผบ.ทบ.ที่ต้องการความเข้มแข็งของกำลังพลอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษาและระบบความคิดให้มีอุดมการณ์ทหาร มีคุณธรรม จริยาธรรม มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มุ่งไปสู่ความเป็น Smart Soldier และขยายไปสู่การเป็น Strong army ต่อไป เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับกำลังพลในการพัฒนาตนเองและผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;nbsp; รวมทั้งการดูแลและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายของตนเอง อันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและทำให้กองทัพบกเป็นหน่วยที่มีความพร้อมรบ โดยในวันนี้ (16 ส.ค.) มีพล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก พล.ต.ณัฐวุฒิ นาคะนคร ผบ.ศูนย์สงครามพิเศษ และพล.ต.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง รองผบ.นสศ. เข้าร่วมตรวจเยี่ยมการทดสอบครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งช่วงบ่ายในการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน จะมีพิธีมอบรางวัลให้กับผู้บังคับหน่วยระดับกรม ที่ทำคะแนนในการทดสอบความรู้และการทดสอบภาษาอังกฤษมีคะแนนสูงสุด และผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ที่ได้คะแนนการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย 100 เปอร์เซ็นต์เต็มและได้คะแนนสูงสุดในแต่ละช่วงอายุ รวมทั้งผู้ที่ทำคะแนนสูงสุดในการทดสอบภาษาอังกฤษ จากผบ.ทบ.ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการทดสอบสมรรถภาพร่างกายครั้งนี้ ยังมีพ.ท.พงษ์ธร ทัพพิกรณ์ ผู้บังคับกองพันศูนย์การทหารม้า (ผบ.พัน.ศม.) ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าชุดเฉพาะกิจฉก.ยะลา 16 ที่เหยียบกับระเบิดขณะร่วมตรวจสอบเหตุระเบิดบนถนนอ.ธารโต จ.ยะลา จนทำให้ขาด้านซ้ายขาดเมื่อปี 2553&amp;nbsp; รวมถึงพ.ท.สรเชษฐ ดีเอื้อ ผู้บังคับกองพันโรงเรียนนายสิบทหารบก ซึ่งเป็นนักกีฬาไตรกีฬา ที่เคยประสบเหตุถูกคนร้ายลอบวางระเบิดในขณะปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยให้ชาวบ้านที่อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อปี 2553 เข้าร่วมรับการทดสอบร่างกายด้วย โดยใช้วิธีหลักเกณฑ์ปกติ จนได้รับคำชื่นชมและได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆ และผู้บังคับบัญชา ขณะที่พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือหมอภาคย์ ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ก็เข้าร่วมทดสอบร่างกาย โดยได้คะแนน ดันพื้น 90 ครั้ง ลุกนั่ง 83 ครั้ง และวิ่ง 2 กิโลเมตร ภายในเวลา 7.56 นาที รวมแล้วผ่านการประเมิน 100 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้แจ้งยกเลิกการตรวจเยี่ยมก่อนถึงเวลาตามกำหนดการเพียง 5 นาที โดยมอบหมายด่วนให้พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้ช่วยผบ.ทบ. เป็นประธานตรวจเยี่ยมทดสอบร่างกายครั้งนี้แทน ซึ่งคาดว่าพล.อ.อภิรัชต์หลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43554</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, พ.ท.พงษ์ธร ทัพพิกรณ์, พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา, พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5611e29ffad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ.ยันกองทัพเป็นกลาง หลังหัวหน้าคสช.ลงสนามการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ.62 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เลขาธิการ คสช.) กล่าวถึงการวางตัวของกองทัพหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.แสดงท่าทีชัดเจนลงสนามการเมืองว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในฐานะของกองทัพ ไม่ขอพูดเรื่องนี้ เพราะกองทัพต้องวางตัวเป็นกลาง และตนก็ยืนอยู่ตรงนี้มาตลอด ในฐานะเป็นหน่วยงานความมั่นคง การเมืองก็เป็นส่วนของการเมือง แล้วแต่นายกรัฐมนตรี ท่านได้ตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะแบ่งบทบาทอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจว่ากองทัพอยู่ตรงกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. และ ผู้นำเหล่าทัพเป็นสมาชิก คสช.&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ท่านเป็นหัวหน้า คสช. ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน ส่วนกองทัพเรามีจุดยืนของเราอยู่แล้ว ในเมื่อเรามีจุดยืนในทุกๆ เรื่อง การทำงานของเรานั้น ก็ประกาศให้ประชาชน และพรรคการเมืองทุกพรรคทราบอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น การส่งคนไปช่วยดูแล ติดตาม ในเรื่องการรักษาความปลอดภัย ไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เราก็ทำเช่นเดียวกันทั้งหมด กองทัพก็จะมีจุดยืนเป็นกลาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28076</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเป็นกลางทางการเมือง, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c541431379f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2018 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กุนซือบิ๊กป้อม&#039;หนุน&#039;บิ๊กแดง&#039;ซัดการเผาบ้านเผาเมืองต้นเหตุทหารยึดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19ต.ค.61-นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ )โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; Paisal Puechmongkol ถึงกรณีฝ่ายการเมืองออกมาตอบโต้การให้สัมภาษณ์ของพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ที่ระบุว่าถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจลก็ไม่มีรัฐประหาร ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมไม่ว่าของฝ่ายไหนไม่ใช่สาเหตุของการยึดอำนาจ!!
การเผาบ้านเผาเมือง
การสร้างกองกำลังกบฎมาฆ่าทหาร ฆ่าประชาชนถึงในทำเนียบ หรือกลางเมืองหลวง การก่อสงครามกลางเมือง
หรือมุ่งร้ายต่อสถาบันสำคัญและความมั่นคงของชาติ
เหล่านี้แหละเป็นเหตุที่ต้องยึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20266</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐประหาร, นายไพศาล พืชมงคล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์, สงครามกลางเมือง, เผาบ้านเผาเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180127/image_big_5a6c0c7045a8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนรัฐประหาร! บิ๊กแดงชี้ขึ้นกับการเมืองดี-เลว/พวกหนีตปท.หมิ่นสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ประเดิมตำแหน่ง ผบ.ทบ. ลั่น! ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจลก็ไม่มีรัฐประหาร หวังใจเป็นอย่างยิ่งเหตุการณ์รุนแรงในบ้านเมืองเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้นอีก หลังประเทศผ่านจุดไฟเผาเมือง เกิดกลียุค เผยจุดยืนปกป้องสถาบันฯ คนที่หมิ่นส่วนใหญ่เป็นคนที่จิตไม่ปกติ ส่วนคนที่จิตปกติหนีไปอยู่ต่างประเทศ เซอร์ไพรส์ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ระบุทุกฝ่ายต้องเริ่มที่ตัวเอง คือไม่สร้างเงื่อนไขอย่างที่ ผบ.ทบ. ได้แสดงความห่วงใยออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2561 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวาระพิเศษว่า ถือเป็นโอกาสแรกของตนในฐานะที่รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ได้มีการเชิญผู้บังคับหน่วยมาประชุมระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไป เพื่อรับมอบนโยบาย ทั้งนี้ เรื่องนโยบายของกองทัพ คงไม่เน้นย้ำอะไรมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นนโยบายที่สืบสานต่อจาก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี และอดีตผู้บัญชาการทหารบก เนื่องจากตนได้มีโอกาสร่วมงานกับท่านในช่วงที่ผ่าน ซึ่งท่านใดสร้างความเข้มแข็ง แข็งแกร่งให้กับกองทัพ ถือเป็นนายทหารรบพิเศษที่เติบโตมาด้วยฝีมือแท้ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.เฉลิมชัยได้วางรากฐานแนวทางที่แข็งแกร่งมั่นคงให้กับกองทัพได้เป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งตนได้มีโอกาสใกล้ชิดและเรียนรู้งานหลายๆ อย่างกับท่าน จึงเป็นที่มาของการที่ท่านได้ตามแนวทาง Smart Man &amp;nbsp;เมื่อมาถึงตน เป็น ผบ.ทบ. ก็มาเป็น smart Soldier และ Strong Army นั่นหมายความว่า 2 ปีข้างหน้า กองทัพบกจะมีความเข้มแข็ง แข็งแกร่ง ไปสู่รูปธรรมให้มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในอนาคตข้างหน้า กองทัพบกจะต้องเผชิญกับสถานการณ์หลายอย่าง ตามปฏิทินการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้านั้น กองทัพบกเตรียมการทำความเข้าใจของกำลังพล ที่สำคัญที่สุดผู้บังคับหน่วยจะต้องแยกแยะภารกิจให้ออก เราในฐานะกองทัพบก และเป็นทหารของชาติ ทหารของประชาชน มีหน้าที่อยู่แล้วที่จะสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม นี่คือหน้าที่ของกองทัพ กองทัพต้องทำงานให้กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีเกิดขึ้น ตนได้ประชุมผู้บังคับหน่วย และเน้นย้ำในส่วนที่เป็นกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ได้ให้แนวทางว่าต้องใช้ความระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้ไปก็ต้องถูกจับตา จับจ้องจากนักการเมืองยอมรับว่าทหารขาดประสบการณ์เรื่องการเมือง&amp;nbsp;
อาชีพทหาร เราอยู่ในกรม กอง โอกาสพบกับประชาชนมีน้อยมาก นอกจากออกไปช่วยเหลือประชาชนเมื่อเดือดร้อนและประสบภัยต่างๆ เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์ที่จะไปเผชิญกับโลกภายนอก วิถีทางการเมืองลำบาก ผมจึงให้แนวทางของกองทัพ โดยเฉพาะ กกล.รส. เนื่องจากเราสวมหมวก 2 ใบ คือ ในฐานะกองทัพบก และในฐานะที่เป็น คสช. จากการเดินต่อไปนี้ ต้องระมัดระวัง ไม่ให้การเมืองเข้ามาใช้ประโยชน์จากการช่วยเหลือประชาชน ยืนยันว่ากองทัพช่วยเหลือประชาชน เราไม่ได้หาเสียง&amp;quot;&amp;nbsp;
ยืนยันเป็นทหารอาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าทหารสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เราต้องแยกแยะภารกิจให้ออก นี่คือจุดยืนของกองทัพ ซึ่งจะชี้แจงให้ผู้บังคับหน่วยรับทราบว่า เราต้องระมัดระวัง จากนี้ไปถูกจับตามองแน่ เพราะกองทัพและ คสช.ก็คือเนื้อเดียวกัน ขณะนี้รัฐบาลก็คือรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลเราก็ต้องทำ ผมก็ต้องทำ ไม่ว่าใคร พรรคการเมืองใดมาเป็นรัฐบาล ไม่ต้องห่วง ผมยืนยันและจุดยืนในการทำงานของผมในการกำหนดทิศทางๆ ให้กำลังพลในกองทัพบกได้ดำเนินการ ผมทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์ และเกินร้อยอยู่แล้ว ไม่ว่าใครมาเป็นนายผม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวว่า การวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์ข้างหน้านั้น เราเป็นทหารอาชีพ และตนผ่านวิกฤติทางการเมืองและการทหารมาทุกยุคทุกสมัย ประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวตลอดระยะเวลาที่รับราชการมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ และมาจาก พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ซึ่งเป็นคุณพ่อของตน จนมายืนเป็นผู้บัญชาการทหารบก ในทุกวันนี้ ความเป็นกลางนั้นขึ้นอยู่กับคนมอง บางครั้งเราทำเรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำเป็นกลาง แต่มุมมองของคนอื่นมองว่าเราไม่เป็นกลาง ถามว่าจะเอาอะไรมาตัดสินหรือเป็นเครื่องวัดว่ากองทัพอยู่ตรงไหน แต่ขอให้มั่นใจว่ากองทัพเป็นกลาง และอยู่เคียงข้างประชาชน จะดำเนินการทุกอย่างให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ช่วยเหลือประชาชนทุกโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ย้ำว่ากองทัพบกเป็นมืออาชีพ เป็นทหารอาชีพ คำว่าทหารอาชีพกับอาชีพทหารแตกต่างกัน ขอความเป็นธรรมด้วยตั้งแต่เริ่มต้นว่า เรากองทัพบกจะวางตัวเป็นกลาง เราในฐานะทหารอาชีพ ใครมาเป็นรัฐบาลต้องสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า อุปสรรคในการทำหน้าที่และการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น มีอะไรน่าห่วงหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า อุปสรรคของกองทัพในขณะนี้คิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการที่ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของกองทัพ ว่ากองทัพออกไปช่วยเหลือประชาชนด้วยความบริสุทธิ์ใจ และการทำความเข้าใจกับกำลังพลในการลงไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งกำลังพลนั้น บางครั้งมุมมองหรือการทำงานของเขา เป็นอุปสรรคในตัวเอง ถามว่าโครงการไทยนิยมยั่งยืนจะจบเมื่อไหร่ สมมุติว่าทหารเข้าไปแนะนำชาวบ้านตามคู่มือโครงการไทยนิยมยั่งยืน แต่โครงการไทยนิยมยั่งยืนอยู่ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แล้วจะบอกว่าเราสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์หรืออย่างไร ซึ่งถือเป็นเรื่องลำบาก ขอให้แยกแยะ อยากให้ประชาชนได้เข้าใจและให้ความเป็นธรรมกับเราด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมในช่วงสมัยรัฐบาลรักษาการเมื่อปี 2552 และ 2553 เกิดวิกฤตการณ์ก่อนการเลือกตั้ง ทหารก็ต้องดำเนินการตามรัฐบาลที่รักษาการเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอุปสรรคก็คือการทำงานและความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ปฏิบัติและผู้ที่เราเข้าไปช่วยเหลือ&amp;quot;
หวังใจไร้ความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า การเตรียมการเลือกตั้งนั้น ในปัจจุบันให้หน่วยได้มีความเข้าใจตรงกันว่า วันนี้เกิดอะไรขึ้นในปฏิทินการเลือกตั้งตามโรดแมปตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยใน &amp;nbsp;พ.ร.ป.ประกอบการเลือกตั้งที่มาของ ส.ส.และ ส.ว. ซึ่งตนได้แจกจ่ายรายละเอียดให้กับ ผบ.หน่วย เพื่อให้หน่วยมีความเข้าใจว่า จากนี้ไป 90 วันจะเกิดอะไรขึ้น อีก 150 วัน และการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด หากผู้บังคับหน่วยเข้าใจตรงกัน ไปในทางเดียวกัน เราก็จะมาดูในแต่ละเรื่องการทำงานกองทัพควรจะดำเนินการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ถึงช่วงนี้ พล.อ.อภิรัชต์ได้หยิบเอกสารซึ่งเป็นตารางเวลาโรดแมปเลือกตั้ง รวมถึงคู่มือของกรมการปกครองเกี่ยวกับโครงการไทยนิยมยั่งยืนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานการณ์ในอนาคตเกิดวิกฤติ กองทัพจะปฏิวัติอีกหรือไม่ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ในช่วงเป็น ผบ.ทบ.ยืนยันมาตลอดไม่ปฏิวัติ แต่ก็ปฏิวัติ พล.อ.อภิรัชต์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สื่อได้มีการบันทึกภาพในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่าให้เป็นเพียงแต่ภาพที่เกิดขึ้น ให้บันทึกอยู่ในสมอง ในความทรงจำ เช่นเดียวกับคนไทยทุกคนที่เคยเห็นภาพต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อบ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ทำอะไรก็ลำบาก ค้าขายก็ลำบาก ถนนถูกบล็อก คนไทยออกมาตีกัน ยิงกัน ฆ่ากัน วันนั้น ทหารยืนอยู่ตรงไหน เราถูกรัฐบาลสั่งการให้ออกมาควบคุมความสงบเรียบร้อย เราทำด้วยหัวใจ ที่ไม่ได้คิดแบบนักการเมืองว่าเราจะเข้ามาบริหารประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้คิดอยากเช่นเดียวกัน แต่ความที่ท่านต้องเสียสละ ถามว่าในวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้นถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตัดสินใจทำรัฐประหาร ยอมรับว่าผมมีความคุ้นเคยกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่มีเรื่องส่วนตัวกับท่าน เพราะท่านใช้ผมทำงานมาโดยตลอด เดือนหนึ่งได้เจอกัน 5 ถึง 10 นาทีก็เต็มที่แล้ว ผมถึงบอกว่าความเป็นกลางก่อน ผมในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก ผมเจอท่านในเวลาสั้นๆ ถือว่าเก่งแล้วในชีวิตนี้ เคยนั่งคุยกับท่านไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่ได้เห็นความรัก ความรู้ ความทุ่มเทในการทำงานของท่าน ซึ่งเป็นแบบอย่างหนึ่งของผมในการดำเนินงานด้านราชการ และถ้าวันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตัดสินใจ บ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่อยู่ที่ประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวว่า หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์รุนแรงในบ้านเมืองเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรขึ้นมาก็ไม่เคยขนาดนี้ เพราะมีการแย่งแก่งแย่ง ชิงการเมือง การเอาชนะ ไม่รู้จักแพ้ไม่รู้จักชนะ แล้วคนที่แพ้ก็คือประเทศ ยืนยันว่ากองทัพไม่มีวันชนะประชาชน แต่ประชาชนที่ออกมาสร้างความเดือดร้อน ยั่วยุให้จุดไฟเผา มีการประกอบระเบิด นั่นคือท่านแพ้ ท่านเป็นประชาชนที่ทำให้ประเทศแพ้&amp;nbsp;
การเมืองต้นเหตุรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แทนที่เราจะแข่งขันทางการค้า แล้วต้องใช้เวลากี่ปีฟื้นฟูประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีการยกเลิกการนำเข้าส่งออกของประเทศต่างประเทศเป็นเงินมหาศาล กว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้ใช้เวลาเท่าไร จุดไฟเผาในเมือง เกิดกลียุค ปีเดียวสิ่งปลูกสร้างทำได้ แต่ในทางการค้า ไม่ใช่ ความมั่นใจของต่างชาติในการลงทุนต้องใช้เวลานานกว่านั้น แต่วันนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น อาจจะเห็นผลช้า ไม่ทันใจ ตนเชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ สิ่งที่สื่อถามว่าจะมีปฏิวัติหรือไม่ ตนหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าการเมืองอย่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมั่นใจว่าถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจล ก็ไม่มีอะไร ประเทศไทยเคยมีปฏิวัติมา 10 กว่าครั้ง แต่ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว เพราะช่วงหลังเกิดจากการเมืองทั้งสิ้น ผมไม่ได้บอกว่านักการเมืองดีหรือไม่ดี แต่เชื่อว่านักการเมืองที่ดีก็มี และนักการเมืองที่ไม่ดีก็มี แต่ปัจจุบันคนไทยเป็นอย่างไร ผมเสียใจในหลายๆ เรื่องที่เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมถูกละเมิด การตัดสินคดีในหลายคดีกับคนทำความผิด บอกว่าไม่เป็นธรรมและประเทศชาติจะอยู่ตรงไหน อะไรเป็นกลาง อะไรคือจุดยืนของประเทศ ในเมื่อบอกคนนี้ผิด ก็แย้งว่าไม่ผิด ถูกแกล้ง แล้วจะอยู่อย่างไรตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน จะให้คนไทยอยู่กันอย่างไรโดยไม่มีกฎระเบียบวินัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า การหมิ่นสถาบันฯ และการก้าวล่วงที่เกิดขึ้นในหลายครั้งก็เกิดจากคนสติไม่สมประกอบ เช่นเมื่อที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ มีการไปยื่นถวายฎีกา เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ป่วยทางจิต และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง รพ.ศรีธัญญาเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนที่หมิ่นสถาบันฯ ส่วนใหญ่เป็นคนที่จิตไม่ปกติ ส่วนคนที่จิตปกติแต่มีความคิดแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้อยู่เมืองไทย มีการหนีไปอยู่ต่างประเทศ เพราะอยู่เมืองไทยไม่ได้&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ถ้าบ้านเมืองสงบ ก็ไม่มีใครมาการันตีเรื่องการรัฐประหาร ทุกอย่างก็เดินตามครรลองที่ควรจะเป็น ที่ ผบ.ทบ.พูดก็ภายใต้สถานการณ์ที่จะถูกหยิบมาเป็นเงื่อนไข ดังนั้นถ้าทุกฝ่ายไม่สร้างเงื่อนไขขึ้นมา มันก็ไม่เกิดสถานการณ์อย่างที่ว่า ทางที่ดี ผบ.ทบ.อาจจะเป็นคนเริ่มหาทาง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เป็นคนไทย เราจะได้พาชาติพ้นวิกฤติ ตนไม่อยากให้มองการพูดของ ผบ.ทบ.เป็นการปรามหรือขู่อะไร แต่ควรจะคิดร่วมกันหาทางออกกันดีกว่า ทุกฝ่ายต้องเริ่มที่ตัวเอง คือไม่สร้างเงื่อนไขอย่างที่ผบ.ทบ.ได้แสดงความห่วงใยออกมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20153</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์, พล.อ.เฉลิมชัย  สิทธิสาท, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc74bcc784a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;ย้ำสานต่อแนวทางจิตอาสาพระราชทาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.61 - พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวว่า ​​จากการประชุมสำนัก คสช. ประจำสัปดาห์นี้ พล.อ.อภิรัชต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;คงสมพงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการคสช.เป็นประธาน โดยเลขาธิการ คสช.ได้ย้ำในเจตนารมณ์ในการน้อมนำและสานต่อแนวทางจิตอาสาพระราชทาน เพื่อสร้างประโยชน์ต่อประชาชน ชุมชน และประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยกำชับให้ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นแกนกลางในการวางแผนงานและจัดกิจกรรม ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการระดมศักยภาพของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนให้เข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนงานจิตอาสา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดความร่วมแรงร่วมใจ ในการพัฒนาพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนให้มีทิศทางที่ชัดเจนและยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​เลขาธิการคสช.ยังได้กล่าวถึงความห่วงใยของหัวหน้าคสช.ในเรื่องการลักลอบนำเข้าสินค้าและผลิตผลทางการเกษตรจากนอกประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อกลไกทางการตลาดภายในประเทศ อันจะส่งผลให้เกษตรกรไทยได้รับความเดือดร้อน โดยมอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเข้มงวดในมาตรการป้องกัน ตรวจสอบอย่างเข้มงวด พร้อมสกัดกั้นมิให้มีการนำสินค้าและผลิตผลทางการเกษตรจากนอกประเทศเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ช่องทางเข้า-ออก ตามธรรมชาติ และให้ถือเป็นนโยบายที่สำคัญที่จะต้องดำเนินการต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​​นอกจากนี้ เลขาธิการ คสช.ได้ขอบคุณหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองทัพภาคที่ 3 ที่จับยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การปราบปรามยาเสพติดเกิดผลสัมฤทธิ์ สามารถป้องปรามและขจัดปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ เลขาธิการคสช.ระบุด้วยว่า ยาเสพติดและอาวุธสงครามเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และจะต้องมีการแก้ไขในทุกมิติ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ ด้านความมั่นคงให้ความสำคัญกับการติดตามผลทางคดีที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดและอาวุธสงคราม โดยเฉพาะความคืบหน้าของกระบวนการหลังการจับกุมว่า สามารถสืบค้น ขยายผลไปถึงผู้ต้องหาหรือขบวนการอันเป็นต้นตอของการกระทำผิดกฎหมายให้ได้ครบถ้วน เพื่อให้การปราบปรามขบวนการผิดกฎหมายมีความสมบูรณ์ และสามารถขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไปได้อย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20021</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตอาสา, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb12929776e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
